Digital Transformation ส่งผลกระทบต่อกลยุทธ์ไอทีระดับองค์กรอย่างไร
เรามักได้ยินเกี่ยวกับ Internet of Things (IOT), Cloud Computing, Big Data, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ระบบ Virtual Reality (VR) และ 5G ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศในยุคใหม่ ที่ล้วนแล้วแต่มีอิทธิพลเป็นอย่างมากต่อวงการอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของการกระบวนการทำงานและความรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
สำหรับวงการอุตสาหกรรมนั้นต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและความท้าทายเป็นอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจาก ลูกค้าและซัพพลายเออร์ สภาพแวดล้อม ตลาดผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีในโลกปัจจุบัน ซึ่งการที่จะให้ธุรกิจอยู่รอดนั้น ผู้ผลิตต้องเริ่มรู้จักปรับตัวและคอยปรับเปลี่ยนองค์กรเพื่อให้ก้าวทันยุคแห่งดิจิทัลนี้
จากการคาดการณ์ของ IDC ได้กล่าวไว้ว่า จะมี 1,000 บริษัทชั้นนำของโลกจาก 2,000 ราย จะพัฒนาธุรกิจของพวกเขาต่อไปด้วยการใช้ประโยชน์ความสามารถของดิจิทัลในการสร้างผลิตภัณฑ์ การบริการ และประสบการณ์ของพวกเขาอย่างเต็มที่ภายในปี ค.ศ. 2563
และจากแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวที่ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ผู้ผลิตจำเป็นต้องพิจารณาว่า พวกเขาจะทำอย่างไรเพื่อให้สามารถก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลนี้ พร้อมทั้งวิธีการสร้างแพลตฟอร์ตธุรกิจในยุคดิจิทัลเพื่อให้สามารถรองรับประชากรในยุคดิจิทัลได้
“Transformation” ในมุมมองของ CIO
ในอดีตการปฏิรูปทางเทคโนโลยีนั้นเรียกได้ว่า มีการดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนและค่อยเป็นค่อยไป แต่ในปัจจุบันวัฏจักรของการเปลี่ยนแปลงรวมถึงการอัพเดทเทคโนโลยีนั้นมีระยะเวลาที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
สิ่งสำคัญคือ ระบบไอทีขององค์กรควรต้องได้รับการอัพเกรดอย่างต่อเนื่องเพื่อที่ว่าผู้บริหารฝ่ายไอทีและผู้ดูแลระบบ สามารถสำรวจตรวจสอบเพื่อจัดการกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้อยู่ตลอดเวลา
ด้วยสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของเทคโนโลยีสารสนเทศ ฝ่ายไอทีต้องใช้กำลังทรัพยากรจำนวนมาก และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาข้อมูล ฟังก์ชั่นต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลและระบบขององค์กรมีความปลอดภัย และมั่นคง
ด้วยเหตุนี้ทำให้พวกเขาไม่เหลือทรัพยากรที่จะมาสร้างสิ่งใหม่ๆ หรือแพลตฟอร์มดิจิทัลเพิ่มเติม ซึ่งแท้จริงแล้วมันอาจเป็นสิ่งที่จะสามารถช่วยให้องค์กรสามารถบรรลุนวัตกรรมทางกลยุทธ์ขององค์กร นวัตกรรมกระบวนการทางธุรกิจและระบบนิเวศนวัตกรรม
การเพิ่มขึ้นของจำนวนการจัดการองค์กรได้ตระหนักว่าการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสารสนเทศไม่เพียงแต่แสดงถึงความสามารถทางด้านนวัตกรรม แต่ยังแสดงถึงความสามารถหลักสำหรับองค์กร องค์กรจำนวนมากได้ปรับโครงสร้างธุรกิจและกระบวนการทำงานผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศใหม่ๆ
อีกทั้งการถือกำเนิดของระบบ Cloud ทั้งในรูปแบบ Private Cloud และ Public Cloud ได้มีการเชื่อมโยงเข้าหาองค์กรต่างๆทั้งภายในและภายนอกรวมถึงทั้งตัวผู้ประกอบการและตัวซัพพลายเออร์อีกด้วย จนในที่สุดความสัมพันธ์ระหว่างตัวองค์กรและฝ่ายข้อมูลได้ถูกเปลี่ยนแปลงไป
สำหรับผู้บริหารไอที ที่อยากประสบความสำเร็จและก้าวทันในยุคดิจิทัลนี้ ควรเปลี่ยนความคิดและมุมมองของตนเองเพื่อปรับตัวให้เข้ากับการพัฒนาตลาดและเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ในฐานะผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงดิจิทัล พวกเขาควรพัฒนากลยุทธ์เทคโนโลยีสารสนเทศให้สอดคล้องตามกลยุทธ์ทางธุรกิจขององค์กรรวมถึงกำหนดแบบพิมพ์เขียวที่เป็นเอกลักษณ์ ดังนั้นกลยุทธ์เทคโนโลยีสารสนเทศควรมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาและควรต้องสอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กรอย่างชัดเจน
ปัญหาของระบบ ERP แบบดั้งเดิม
สำหรับระบบ ERP แบบดั้งเดิมนั้น อาจดูเรียบง่ายและดูไม่มีความซับซ้อน แต่จริงๆแล้ว ระบบ ERP แบบดั้งเดิมนั้นถือว่ามีปัญหามากมาย ซึ่งการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ได้ถูกทำมาให้มีการเปลี่ยนแปลงนั้น จะทำให้ระบบ ERP ไม่มีความยืดหยุ่นและไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจได้
ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบเจอ :
ความท้าทายด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายในการอัพเกรดที่สูงนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบบใหม่ๆที่เป็น ERP แบบดั้งเดิมจำนวนมาก และสุดท้ายก็กลายเป็น "วงจรการตายของ ERP แบบดั้งเดิม" เช่นกัน
QAD ยินดีให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีและช่วยให้คุณลงทุนในเทคโนโลยีล่าสุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรามีทีมงานมืออาชีพที่พร้อมช่วยเหลือ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ 02-202-9369