การผลิตที่ยั่งยืน “Sustainable Manufacturing Gaining Momentum”

โดย Caleb Finch - 7 สิงหาคม 2561
 
 
การลดขยะไม่ใช่กระแสนิยม
 
จากเว็บไซต์ USA Environmental Protection Agency (EPA) ได้โพสต์กรณีศึกษาไว้มากมายที่พูดเกี่ยวกับการผลิตที่ยั่งยืน โดยธุรกิจเหล่านั้นได้ลดการใช้พลังงาน ลดการใช้น้ำ และให้ความสำคัญกับการรีไซเคิลเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การเอื้อประโยชน์และเห็นแก่ผู้อื่นอาจเป็นหัวใจสำคัญของพวกเขา แต่อย่างไรก็ตามพบว่าส่วนใหญ่แรงจูงใจพวกเขาที่ให้ทำเช่นนี้นั้นมาจาก การต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเตรียมความพร้อมธุรกิจของตนสู่อนาคต
 
นิยามของคำว่า “การผลิตที่ยั่งยืน”
 
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกาได้ให้คำนิยามของการผลิตที่ยั่งยืนว่า “การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นโดยใช้กระบวนการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทางลบน้อยที่สุด โดยมุ่งเน้นไปที่การอนุรักษ์พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ ความปลอดภัยของประชาชน ชุมชนและผู้บริโภค ด้วยต้นทุนที่ประหยัด”
 
ผู้ผลิตที่มีความรับผิดชอบได้ให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้มาเป็นเวลานาน และ “ความยั่งยืน” นี้ได้นำมาซึ่งความสำคัญต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์“สีเขียว” หรือที่เรารู้จักกันดีว่า "Green Product"
 
การลดของเสียคือ สิ่งที่ผู้ผลิตให้ความสำคัญมายาวนาน
 
หากกล่าวถึง Ford ในยุคของ Henry Ford เขาไม่ได้เริ่มต้นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อหวังเพียงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่มากขึ้น แต่เขากลับเพิ่มผลผลิตได้มากกว่าโรงงานทั่วไปและลดปริมาณของเสียได้น้อยกว่าที่อื่นๆ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บริษัทโตโยต้าก็ได้ออกมาพัฒนาระบบการผลิตของโตโยต้า (Toyota Production System) ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของ Lean Manufacturing ด้วยเช่นกัน
 
ระบบลีน (Lean) คือ การระบุและกำจัดของเสียอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นตัวผลักดันให้ผู้ผลิตเพิ่มคุณค่าจากการใช้ทรัพยากรภายในกระบวนการผลิตอย่างสูงสุด เช่น วัสดุ พลังงาน พื้นที่ และแรงงาน ทั้งนี้บริษัทโตโยต้าได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากเนื่องจากพวกเขาขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
 
ในวันนี้เราได้พิจารณาการใช้ทรัพยากรผ่านมุมมองที่แตกต่างไปจากเดิม และ "ความยั่งยืน" คือ สิ่งที่ผู้ผลิตได้หันมาให้ความสำคัญเพราะพวกเขาต้องการ:
  • ลดต้นทุนด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพที่มากขึ้น
  • คาดการณ์และลดผลกระทบของกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในอนาคต
  • ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าปัจจุบันและแสดงให้ลูกค้าเห็นถึงความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบในการผลิต 
มุ่งเน้นที่ผลิตภัณฑ์มากขึ้น
 
การผลิตที่ยั่งยืนนั้นถือว่ามีความสำคัญกว่าระบบลีน เพราะมันได้ครอบคลุมไปถึงความสำคัญของของเสียที่ระบุถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มากขึ้นของผลิตภัณฑ์ที่ถูกออกแบบและถูกผลิตขึ้นมา และแน่นอนว่าความสนใจของผู้ผลิตต่างเน้นไปที่การดำเนินการผลิตมากกว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์
 
ตัวอย่างในโลกแห่งความจริง
 
ผู้ผลิตทั่วโลกกำลังก้าวไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน จากที่ได้กล่าวก่อนหน้านี้ EPA ได้รวบรวมกรณีศึกษาที่เกี่ยวกับการผลิตที่ยั่งยืน เพื่อเป็นประโยชน์และแนวทางให้กับผู้ผลิต โดยสามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) 
 
สำหรับบทความนี้ เราได้ยกตัวอย่างที่สำคัญ ซึ่งได้แก่
 
การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
 
ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ได้ใช้ลมอัด (Compressed air) และปั๊มน้ำปริมาณมาก โรงงานหนึ่งในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส ได้ทำการศึกษาเพื่อหาโอกาสในการประหยัดพลังงานในพื้นที่เหล่านี้ หลังจากดำเนินโครงการปรับปรุงหลายโครงการพวกเขาสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและก๊าซประจำปีลงถึง 28 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง และ 26,000 ล้านบีทียูตามลำดับ ซึ่งสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากถึง 2 ล้านดอลล่าร์ต่อปี
อีกตัวอย่างหนึ่ง คือ มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาสเตตได้ทำงานร่วมกับผู้ผลิตประตูบานเลื่อนแห่งหนึ่งเพื่อหาช่องทางและโอกาสในการประหยัดพลังงาน พวกเขาได้ใช้การผสมผสานระหว่าง lighting upgrades และการเปลี่ยนแปลงของระบบอัดอากาศ (compressed air systems) ซึ่งช่วยให้พวกเขาประหยัดเงินได้ถึง 25,000 ดอลล่าร์ต่อปี
 
การรีไซเคิล
 
อุตสาหกรรมการผลิตส่วนใหญ่ฝังกลบเศษขยะลงในพื้นที่ที่เป็นหลุม โรงงานผลิตชิ้นส่วนแก้วสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในรัฐอินเดียนาค้นพบวิธีการรีไซเคิลเศษแก้วที่ไม่ได้ใช้แล้ว รวมถึงไฟเบอร์กลาสและโพลีไวนิลคลอไรด์ ซึ่งส่งผลให้พวกเขาประหยัดเงินได้มากถึง 360,000 ดอลล่าร์ อีกทั้งยังได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001 ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
 
การลดปริมาณการบริโภค
 
สารเคมีกลายเป็นปัญหาสำคัญสำหรับผู้ผลิต พวกเขาคือต้นเหตุที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงทางด้านสุขภาพและความปลอดภัยรวมถึงการปล่อยของเสียลงสู่แม่น้ำหรือในอากาศโดยรอบและส่งผลให้เกิดอันตรายต่อคนงานในโรงงานและประชาชนในพื้นที่ในระยะยาว บริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งในสหราชอาณาจักรได้ใช้สารตัวทำละลายจำนวน 164 ตันต่อปี ซึ่งต่อมาทีมงาน R&D ได้พยายามค้นคว้าวิจัยและหาสิ่งทดแทนเพื่อลดปริมาณการใช้สารตัวทำละลายนี้จาก 164 ตันต่อปี เหลือเพียง 24 ตันต่อปี อีกทั้งได้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการอัพเกรดอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อให้ได้มาตรฐานการป้องกันไฟด้วย
 
การเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืน
 
เช่นเดียวกับการใช้แนวทาง Lean Manufacturing การผลิตที่ยั่งยืนนั้นอาจกล่าวได้ว่า เป็นการเดินทางมากกว่าเป้าหมายปลายทาง ในขณะที่ความมุ่งมั่นในการจัดการยังเป็นสิ่งจำเป็น และช่วยให้เราได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่มีอยู่ เซ็นเซอร์อัจฉริยะ การเชื่อมต่อที่แพร่หลาย การวิเคราะห์ขั้นสูง และการคำนวณขั้นสูง หรือที่เรารู้จักกันว่า Industrial Internet of Things (IIoT) คือกุญแจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยิน ซึ่งแน่นอนว่าผู้ผลิตที่คาดการณ์และคิดล่วงหน้าได้นำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้กันแล้วในขณะที่บางกลุ่มยังพิจารณาถึงศักยภาพและความจำเป็นของพวกเขาอยู่
 
บางครั้งคุณอาจมอง Industrial Internet of Things (IIoT) ว่าเป็น Smart Manufacturing หรืออาจมีความเกี่ยวข้องกับ Industry 4.0 หรือคุณอาจเคยได้ยินสิ่งเหล่านี้มาแล้วแต่ไม่แน่ใจว่ามันจะทำอะไรให้กับคุณได้บ้าง ดังนั้นลองหาคำตอบของคุณได้ที่ “No Matter What You Call It: Industry 4.0 Means Manufacturing in Transition”.
 

QAD พร้อมที่จะให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีและช่วยให้คุณลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ ยินดีให้คำปรึกษาโดยที่ปรึกษามืออาชีพ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:        
คุณ ฐายิกา กงไกรลาศ (Business Development Representative)       
โทร : 02-202-9375       
อีเมล์ : t7k@qad.com 

More Blog Entries

อุตสาหกรรม 4.0

ดูเหมือนโลกทั้งโลกต่างกำลังพูดถึงอุตสาหกรรม 4.0 ที่เกิดจากการรวมกันของ Internet of Things...

ก้าวสู่การเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ

ก้าวสู่การเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ (Becoming An Effective Enterprise )   ...