เมื่ออุตสาหกรรมหยุดชะงัก สิ่งที่ดีอยู่แล้วอาจไม่ดีพอ

การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรมการผลิต มีแรงสนับสนุนมาจากเทคโนโลยีอย่าง :

  • Machine Learning 
  • Internet of Things (IoT)
  • Data Lakes 
  • เทคโนโลยีการขึ้นรูปสามมิติ
  • บล็อกเชนและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ

โดยท้ายที่สุดนั้นภาคอุตสาหกรรมการผลิตจะตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้และแปรเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันเชิงบวกเพื่อสร้างจุดแข็งในการแข่งขันได้อย่างไร และนี้ละคือคำถามที่นำไปสู่ความสำเร็จในอนาคต ซึ่งไม่มีใครหรอกที่ต้องการตื่นขึ้นมาในวันหนึ่งแล้วพบว่าธุรกิจของตน “ถูกแทนที่” 

ในขณะเดียวกันระหว่างที่องค์กรกำลังวางแผนเพื่ออนาคต ผู้ผลิตจำเป็นต้องทำธุรกิจในปัจจุบันให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง 

คำถามที่ว่า "คุณจะเพิ่มเครื่องจักรในโรงงานอีกหรือไม่?" หรือ "คุณจะอัพเกรดระบบธุรกิจเดิมที่มีอยู่หรือเปล่า?" ในโลกการแข่งขันที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากร ระบบหลังบ้านอาจคือตัวปัญหา! แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ทำการเปลี่ยนแปลงหรือผู้ถูกการเปลี่ยนแปลงทำลาย ก่อนที่คุณจะเริ่มกลยุทธ์ หรือลงมือทำธุรกิจใหม่ๆเพื่อสร้างผลกำไร คุณจำเป็นต้องมั่นใจก่อนว่าธุรกิจของคุณสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นปกติ

ระบบไอทีนั้นกลายเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินงานของหลายๆ บริษัท การตั้งสมมติฐานที่ผิดและความเสี่ยงที่มองไม่เห็นเกี่ยวกับระบบไอที รวมไปถึงการจัดการระบบไอทีที่ไร้ประสิทธิภาพอาจส่งผลเสียหายอย่างใหญ่หลวง

การดำเนินงานในฝ่ายการผลิตและฝ่ายไอทีมักถูกตั้งคำถามอยู่เสมอให้ทำน้อยแต่ได้มาก ทั้งหมดนี้ส่งผลให้เกิดการสร้างกระบวนการตัดสินใจที่ผิดพลาด

เช่น “ถ้ามันไม่เสีย ก็ไม่ต้องซ่อม” ความคิดเช่นนี้ทำให้ก่อให้เกิดแนวทางปฏิบัติว่า หากฮาร์ดแวร์และระบบซอต์แวร์ที่ไม่สำคัญยังไม่มีปัญหา การอัพเกรดอาจยังไม่จำเป็น ดังนั้นสิงที่ “ดี” จึงอาจหมายถึงแค่พอดีสำหรับในตอนนี้ แต่อย่างไรก็ตามเราก็รู้อยู่ว่า ผลลัพธ์ที่เคยเกิดในอดีตนั้นไม่อาจการันตีประสิทธิภาพในอนาคตได้เลย

โดยทั่วไปแล้วค่าเฉลี่ยของระบบ ERP แบบ On-Premise ที่ติดตั้งใช้งานภายในองค์กรส่วนใหญ่ใช้งานกันอยู่ที่ 20 ปี และแน่นอนตลอด 20 ปี ความต้องการทางธุรกิจได้เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา 

หลายบริษัทเลือกใช้การอินทิเกรตและการปรับแต่งระบบเพื่อให้ยังคงตอบสนองธุรกิจเมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น โดย 5% ของการเติบโต รายได้จะมีมูลค่ามากกว่า 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับมูลค่าที่ผู้ผลิตต้องอิมพลีเมนต์ระบบ ERP ผลลัพธ์คือ ระบบที่ได้ยิ่งซับซ้อน เปราะบางและไม่คล่องตัว ความเสี่ยงจากสิ่งเหล่านี้อาจยังไม่ส่งผลให้เห็น ก็เหมือนกับการทำประกันภัย เราคงไม่ยกเลิกประกันเพราะไม่เกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยเลยในรอบปี และเราคงไม่คิดว่าเราจะมีสุขภาพที่ไม่ดีหรือเราจะเกิดอุบัติเหตุในปีต่อๆ ไป ซึ่งในมูลเหตุความจริงที่ว่าเราไม่เคยเกิดอุบัติเหตุเลย อาจทำให้ความเสี่ยงที่เราไม่รู้กำลังขยายตัวหรือเพิ่มมากขึ้น เช่นเดียวกับผลที่ตามมาของความเสี่ยงเหล่านี้ 

เมื่อคิดย้อนกลับมาประเมินระหว่างการลงทุนในโรงงานและระบบหลังบ้าน มันคงไม่ใช่เรื่องการปรับปรุงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่อาจเกี่ยวกับความสามารถในการทำธุรกิจโดยรวม เมื่อระบบหลักเกิดหยุดชะงัก องค์กรอาจสูญเสียรายได้ ผู้ผลิตอาจต้องเผชิญกับบทลงโทษจากผู้ส่งวัตถุดิบ และอาจเสี่ยงต่อการสูญเสียธุรกิจในอนาคต ตลอดจนคุณภาพการให้บริการลูกค้าที่ต่ำ มีเพียงซัพพลายเชนที่ซับซ้อนและระบบการผลิตแบบลีนที่จะได้รับผลกระทบต่อความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้

Gartner ประเมินค่าใช้จ่ายด้านไอทีและความสูญเสีย

บริษัท Gartner ได้ประเมินค่าเฉลี่ยของค่าใช้จ่ายด้านไอทีเมื่อเกิดดาวน์ไทม์อยู่ที่ประมาณ 5,600 ดอลลาร์ต่อนาที ผลกระทบแตกต่างกันไปขึ้นกับแต่ละภาคอุตสาหกรรม แต่โดยเฉลี่ยทั่วไปกว่า 98% ขององค์กรกล่าวว่าค่าเสียหายเมื่อเกิดดาวน์ไทม์เป็นระยะเวลาหนึ่งชั่วโมงมีมูลค่าสูงกว่า 100,000 ดอลลาร์ และมีรายงานว่ามีองค์กรถึง 27% ที่มีค่าเสียหายจากดาวน์ไทม์ภายในหนึ่งชั่วโมงสูงถึง 1-5 ล้านดอลลาร์ ในทำนองเดียวกัน การไม่ถูก "แฮก" ก็ไม่ได้แปลว่า ระบบความปลอดภัยของคุณจะดีพอ ในความเป็นจริงคุณอาจถูกแฮกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่เคยรู้ตัว โดยเฉลี่ยแล้วกว่าองค์กรจะรู้ตัวว่าถูกแฮกต้องใช้เวลาถึง 206 วัน ดังนั้นในโลกปัจจุบันที่สภาพตลาดเปลี่ยนแปลงและการแข่งขันที่สูง การไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้อาจหมายถึงวันสิ้นสุดของบริษัท

จากงานวิจัย Global Survey Conducted ในปี 2018 โดย ITIC พบว่า 59% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าข้อผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์นั้นคือปัญหาใหญ่ที่ทำให้เซิร์ฟเวอร์ขาดเสถียรภาพและเกิดดาวน์ไทม์ การจัดการระบบจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญ คุณอาจต้องถามตัวเองว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีของคุณที่ดูแลระบบให้คุณนั้นพวกเขาได้รับการรับรองหรือเปล่า"?

ระบบ ERP รุ่นเก่าตกเป็นเป้าหมายของแฮกเกอร์

การประมวลผลบนฮาร์ดแวร์เก่าและซอฟต์แวร์ที่ขาดการดูแลอาจมีสาเหตุจากการขาดแคลนด้านทรัพยากร และนำไปสู่การเพิ่มระดับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับองค์กร ระบบ ERP รุ่นเก่ากลายเป็นเป้าหมายของพวกแฮกเกอร์ เพราะแอปพลิเคชันรุ่นเก่าและอาจจำเป็นต้องใช้องค์ประกอบอื่นๆที่จำเป็นเพื่อการป้องกัน ดังนั้นพวกเขาจึงถือว่ามีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์สูง การโจมตีส่วนใหญ่ต่อระบบ ERP นั้นขึ้นอยู่กับช่องโหว่ที่ตรวจพบและไม่ใช่การโจมตีแบบ Zero-Day ดังนั้นคุณพร้อมรับมือกับคลื่นและการถาโถมโจมตีอันเกิดจากช่องโหว่ด้านความปลอดภัยบนระบบ ERP ของคุณหรือยัง? การทำงานบนฮาร์ดแวร์เก่าและซอฟต์แวร์ที่ขาดการดูแลอาจบ่งบอกถึงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับธรรมชาติของความเสี่ยง และอาจเลยไปถึงปัญหาด้านอื่นๆ เช่น การกู้คืนระบบหลังภัยคุกคาม อะไรคือแผนกู้คืนระบบของคุณ คุณทดสอบแผนครั้งสุดท้ายเมื่อไร

หนึ่งในตัวอย่างที่เราตรวจสอบแผนกู้คืนระบบของลูกค้ารายหนึ่งที่ใช้ระบบของตนเองทุกคืน พวกเขาจะสำรองข้อมูลระบบลงเทปและย้ายเทปไปยังศูนย์สำรองข้อมูลภายนอก แต่โชคร้าย การสำรองข้อมูลผิดพลาดมาตลอด 2 ปี พวกเขาทำสำเนาข้อมูลเดิมทุกคืน ไม่เพียงแค่เสียเวลาและเสียทรัพยากรไปเปล่าๆ แต่ผู้ผลิตยังเชื่อว่าการสำรองนี้ปกป้องพวกเขาจากปัญหาการถูกโจมตีทางไซเบอร์ได้ แต่ในความเป็นจริงคือ ไม่มีเทปม้วนใดที่ใช้งานได้เลย บางทีการตรวจวัดของคุณอาจผิดพลาด หากคุณไม่เข้มงวดเพียงพอ ยกตัวอย่างเช่น คุณกำหนดการทดสอบดาวน์ไทม์อย่างสม่ำเสมอ แต่การดาวน์ไทม์ตามกำหนด ก็มิใช่การดาวน์ไทม์แบบไม่คาดคิด ช่วงเวลาที่คุณใช้ในระหว่างดาวน์ไทม์ตามแผนเป็นอย่างไร ของจริงเป็นอย่างไร เราเชื่อตามตัวเลขเหล่านั้นได้หรือไม่ เพราะของจริงอาจมีข้อจำกัดด้านทรัพยากร “คำว่าดีนั้น ดีพอจริงหรือ?” ความจริงคือ เจ้าของเงินทุนอาจไม่สามารถยอมรับช่องโหว่ความปลอดภัยเหล่านี้หรือการดาวน์ไทม์อย่างมีนัยสำคัญ ไม่เคยมีข้อตกลงใดที่ระบุว่า ไม่เป็นไรเมื่อเกิดเหตุดังกล่าวแล้วเสียหายเพราะทรัพยากรมีจำกัด ผู้ถือหุ้น เจ้าของเงินทุน เชื่อว่าบริษัทของพวกเขาลงทุนมากพอเพื่อป้องกันความเสียหาย

ดังนั้นก่อนที่บริษัทจะลงทุนเพื่อการเติบโต คุณควรมั่นใจว่าคุณวางรากฐานเข้มแข็งพอแล้วสำหรับการเติบโตดังกล่าว ใช้เวลาให้คุ้มค่าเพื่อทดสอบระบบปัจจุบันของคุณและการจัดการดูแลระบบคือหัวใจสำคัญด่านแรกเพื่อทำความเข้าใจความเสี่ยงของคุณ เพราะนี่คือหนทางเดียวที่จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบได้

ในโลกแห่งการแข่งขันทางการค้าและโลกที่พร้อมเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การเคลื่อนตัวเร็วเป็นเรื่องดี แต่บางครั้งสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต คุณจำเป็นต้องก้าวช้าๆ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ได้รับมอบหมายเพื่อให้นำมาซึ่งผลลัพธ์มากภายใต้ทรัพยากรที่มีจำกัด ต้องประเมินดูและจัดการกับช่องโหว่ในระบบไอทีที่อาจส่งผลต่อธุรกิจให้ได้

 

ผู้เขียน : Carter Lloyds , Chief Marketing Officer - QAD Inc.

แหล่งที่มา : With Industry Disruption, Good Is Not Good Enough 

More Blog Entries

กลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่ว่าดีอาจยังไม่ดีเพียงพอ

  "การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล" ...

What’s the “Big ERP” vs “Big Maintenance” Feud All About?

หนึ่งในข่าวใหญ่ของอุตสาหกรรมการผลิตเกี่ยวกับระบบงานไอทีในช่วงปีที่ผ่านมาคือ ผู้ให้บริการ ERP...