จากสถานการณ์ของ COVID-19 ทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกต้องเผชิญกับปัญหาการหยุดชะงักในสายการผลิต อีกทั้งทำให้กลุ่มซัพพลายเออร์และผู้ผลิตรถยนต์เข้าสู่สภาวะที่ไม่แน่นอน และพยายามหาวิธีการแก้ไขไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิต งบดุล รักษาความยืดหยุ่นทางการเงิน รวมไปถึงกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น
มาตรการกักกันทำให้การผลิตหยุดชะงัก
จากข้อมูลการวิเคราะห์ทั่วโลกของ LMC คาดว่าในปี 2563 นี้การผลิตจะลดลงเหลือ 76.9 ล้านหน่วย หรือ 13.8% จากการคาดการณ์ก่อนการระบาดใหญ่ถึง 89.2 ล้านหน่วย โดยการผลิตทั่วโลกในปี 2562 อยู่ที่ 88.9 ล้านหน่วย ซึ่งคาดว่าหากในอเมริกาเหนือและยุโรปมีอัตราการระบาดสูงขึ้นเรื่อยๆ จะส่งผลให้เกิดการหยุดการผลิตและตัวเลขการผลิตก็จะลดลงอีกครั้งอย่างต่อเนื่อง
หากเราใช้อเมริกาเหนือเป็นตัวอย่างของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก จะเห็นได้ว่าซัพพลายเออร์จำนวนมากในอเมริกาเหนือมีมาตราการกักกัน พร้อมทั้งบังคับให้หยุดการผลิตตั้งแต่เดือนมีนาคม เป็นผลให้ SAAR สำหรับการผลิตยานยนต์ลดลงเหลือ 11.4 ล้านหน่วยต่อปี (จากเดิมมากกว่า 16 ล้านหน่วย) ถือได้ว่าต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2553 นอกจากนี้ยอดขายต่อหน่วยลดลงถึง 38% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วในเดือนมีนาคม
COVID-19 ยังส่งผลให้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมีความรุนแรง ก่อให้เกิดการว่างงานเป็นวงกว้างทั่วโลก และยิ่งไปกว่านั้นสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ไม่สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ เกิดความยากลำบากในการดำเนินงานและไม่สามารถคาดเดาสถานการณ์ในอนาคตได้
เมื่อบริษัทยานยนต์เริ่มปฏิบัติการ …
ในขณะที่องค์กรต่างๆ กำลังดำเนินการหาวิธีรับมือเพื่อประหยัดงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นการชะลอการใช้จ่ายด้านเงินทุน การถอนเงินทุนหมุนเวียน การลดเงินเดือน การเลิกจ้างพนักงาน การเลิกจ่ายโบนัส รวมไปถึงการใช้เครดิตหมุนเวียน เพื่อให้สามารถจ่ายภาระผูกพันที่จำเป็นได้อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่นบริษัท Ford, GM, Fiat Chrysler, American Axle, Lear และ Delphi Technologies
อย่างไรก็ดีบริษัทบางแห่ง เช่น Ford, Aptiv และ Lear ได้ระงับการใช้งบประมาณด้าน CAPEX, เงินปันผล, การควบรวมกิจการ (M&A) และอื่นๆ ทั้งหมดที่ไม่จำเป็น รวมถึงบริษัทเอกชนในตลาดระดับกลางได้หยุดดำเนินการ เนื่องจากข้อตกลงการซื้อขายที่ไม่แน่นอน และเกิดปัญหาสภาพคล่องอย่างรุนแรง
หากย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว จะเห็นได้ว่าในปี 2562 ที่มีการหยุดชะงักของเทคโนโลยีหรือธุรกิจดิจิตอล ทำให้ผู้ผลิตยานยนต์ประกาศปลดพนักงานมากกว่า 65,000 คนทั่วโลก ซึ่งในปีนี้เช่นกันการเกิดโรคระบาดใหญ่ทำให้หลายองค์กรต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างและปลดพนักงานมากมาย นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือของบริษัท Borg Warner และ Delphi Technologies ที่วางแผนในการควบรวมกิจการขนาดใหญ่ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและรับมือกับสถานการณ์ COVID-19 ไม่ว่าจะเป็นด้านสภาพคล่องขององค์กร การปรับปรุงการผลิต การชะลอการใช้จ่ายเงินทุน การถอนเงินทุนหมุนเวียน และการชดเชยเงินแก่พนักงาน ซึ่งถือเป็นการร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่ดีสำหรับการหาทางออกท่ามกลางการระบาดทั่วโลก
ปัญหาที่แตกต่างของผู้ผลิตและซัพพลายเออร์
ก่อนการเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ซัพพลายเออร์บางรายมีการเรียกเก็บเงินจากผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ ในระหว่างนั้นสถานการณ์โรคระบาดทำให้โรงงานผู้ผลิตต้องหยุดการผลิตทันที ส่งผลให้ใบแจ้งหนี้ที่มีเครดิตการชำระเงินเพียง 60 วัน ทำให้ซัพพลายเออร์ต่างๆ ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันทั้งหมด และอาจทำให้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาสภาพคล่องและนำไปสู่การล้มละลายได้
ซัพพลายเออร์บางรายมีความเสี่ยงมากกว่ารายอื่นๆ
วิกฤตเศรษฐกิจจาก COVID-19 นี้ สร้างความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับบริษัทที่มีโครงสร้างเงินทุนสูง เช่น American Axle และ บริษัทอื่นๆ ที่มีหนี้ จำเป็นที่จะต้องได้รับการสนับสนุนจากกระแสเงินสดเท่านั้น นอกจากนี้อีกหลายองค์กร เช่น American Axle, Nexteer, Dana และ Lear ที่มีข้อตกลงสหภาพที่ช่วยปกป้องแรงงาน ต้องช่วยเหลือพนักงานให้ได้รับค่าตอบแทนที่เท่ากับระยะเวลาที่ต้องว่างงาน ซึ่งจะเห็นได้ว่าการจัดการกับสถานการณ์น้อยกว่าซัพพลายเออร์อย่าง Magna และ Borg Warner ทั้ง 2 องค์กรมีห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น สามารถสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง และสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที
ความคาดหวังของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2020
ถึงแม้ว่าซัพพลายเออร์จะผลิตชิ้นส่วนที่สำคัญของการผลิตยานยนต์ แต่ก็ยังเสี่ยงต่อการถูกบังคับให้ใช้มาตรการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อซัพพลายเออร์ที่มีหนี้สินจำนวนมาก อีกทั้งมีโอกาสที่หลายแห่งจะเข้าสู่ภาวะล้มละลาย ดังนั้นโซลูชั่น Adaptive ERP จึงกลายเป็นระบบที่หลากหลายองค์กรให้ความสำคัญเป็นอย่างมากที่สามารถควมคุมประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตได้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการที่คล่องตัว การดูแลค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนของการเรียกคืนสินค้า และนี่เป็นสิ่งที่จะช่วยให้โรงงานผู้ผลิตปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างคล่องตัว และพัฒนาธุรกิจให้มีประสิทธิภาพได้อีกด้วย
ขอคำแนะนำฟรี! สำหรับ ERP ในอุตสาหกรรมการผลิตได้ที่ QAD ประเทศไทย 02 202 9363
ผู้เขียน
Paul Eichenberg ทำงานกับซัพพลายเออร์ยานยนต์ของ Fortune 500 เป็นเวลา 25 ปีในตำแหน่งรองประธานฝ่ายพัฒนาองค์กรและกลยุทธ์ระดับโลกสำหรับ Magna Powertrain & Magna Electronics ในฐานะหัวหน้านักยุทธศาสตร์ Paul ดูแลการวางแผนกลยุทธ์การจัดการผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการควบรวมและซื้อกิจการ
แหล่งที่มา
https://blog.qad.com/2020/04/covid-19-immediate-impact-automotive-supplier-industry/