Managing Recalls with an Adaptive ERP

การจัดการการเรียกคืนอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยโซลูชั่น Adaptive ERP

ก่อนหน้านี้ QAD Blog ได้พูดถึง Adaptive ERP ซึ่งเป็นโซลูชั่นที่คุ้นเคยกันในแวดวงของอุตสาหกรรมการผลิต โดยการทำงานของ ERP แต่เดิมนั้นยังต้องใช้งานบนระบบเซิร์ฟเวอร์ หรือที่เรียกกันว่า On-Premise แต่ Adaptive ERP ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นั้น ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับใช้ได้ง่ายและมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น หรือที่เรียกว่า On-Cloud นั่นเอง

 

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการทดสอบผลิตภัณฑ์ผักแช่แข็งของกลุ่มร้านขายของชำรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา พบว่าสินค้านั้นมีการปนเปื้อน ภายหลังจากนั้นทั้งผู้ค้าปลีกและผู้จัดจำหน่ายประกาศเรียกคืนผลิตภัณฑ์ทั้งหมด เพื่อลดอันตรายต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภค ผู้ผลิตผักแช่แข็งแจ้งปัญหากับผู้ค้าปลีกและผู้จำหน่ายอย่างถูกต้อง แต่ทราบหรือไม่ว่าหลังเรียกคืนสินค้าเหล่านั้นแล้ว ผู้ผลิตจะต้องทำอย่างไรต่อไป?

 

สิ่งที่สามารถป้องกันการเรียกคืนได้ คือ

 

แน่นอนว่า การเรียกคืนสินค้าเป็นกระบวนการที่ไม่มีผู้ผลิตรายใดในโลก อยากให้เกิด การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและการเข้มงวดที่มากขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักในการกำหนดผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่ได้รับการรับรองเข้าสู่ตลาดและมุ่งเน้นให้ประชาชนปลอดภัยมากที่สุด Food Safety Modernization Act (FSMA)  มีการบังคับใช้ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็นกลไกเชิงรุก ส่วนในยุโรปเอเชียแปซิฟิกและภูมิภาคอื่นๆ หน่วยงานกำกับดูแลด้านสุขภาพมีกฎระเบียบที่คล้ายคลึงกัน โดยมีเป้าหมายคือเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น และหากเกิดขึ้นให้รีบแก้ไขปัญหาทันทีก่อนที่จะเข้าถึงผู้บริโภค เหตุผลเพื่อลดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

 

แม้ว่าเช่นเดียวกับปัญหาอื่นๆ ของสังคม กฎระเบียบและมาตรการป้องกันจากหน่วยงานที่กำกับดูแลอาจจะไม่สามารถเข้มงวดได้นัก ท้ายที่สุดความรับผิดชอบเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหาร ขึ้นอยู่ที่ผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการผลิตและการจัดการ ผู้ผลิต ผู้จัดหา ผู้ค้าปลีกและผู้มีส่วนร่วมอื่นๆ ในกระบวนการจัดจำหน่าย จึงมีความเกี่ยวข้องที่ต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของอาหาร เนื่องจากปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นจึงทำให้ผู้บริโภคเรียกร้องสิทธิมากขึ้นกว่าเดิมและกำลังกำหนดว่าจะต้องใช้กฎระเบียบใดในการเรียกคืนในอนาคต

 

การปรับปรุงแผนการติดตามและตรวจสอบการเรียกคืนสินค้า

 

การปรับปรุงกระบวนการและการปฏิบัติของทุกองค์กรและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องในการผลิตอาหารเป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งมีหลายกระบวนการที่ควรพิจารณา

 

ในแง่ของกระบวนการผลิตนั้นมีหลากหลายสิ่งที่ต้องบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่รวมไปถึงการจัดการการผลิตในทุกขึ้นตอน ห่วงโซ่อุปทาน ห่วงโซ่คุณค่าที่จะสามารถเพิ่มคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ได้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรควรคำนึงถึง นอกจากนี้ยังมีหลายองค์ประกอบที่ควรพิจารณา:

  • ซัพพลายเออร์ (เกษตรกร ผู้เพาะปลูก ฯลฯ )
  • ผู้ดำเนินการด้านการขนส่งไปยังผู้ผลิต
  • โรงงานผลิต
  • คลังจัดเก็บสินค้า
  • ผู้ดำเนินการด้านการขนส่งไปยังผู้ผู้จัดจำหน่าย หรือผู้ค้าปลีก
  • ผู้จัดจำหน่าย ส่งมอบต่อไปยังผู้บริโภค

 

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับวัสดุ หรือส่วนประกอบต่างๆ ที่จะต้องนำไปใช้ในการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม แต่ละขั้นตอนเหล่านี้ควรได้รับการออกแบบและจัดการเพื่อความปลอดภัย ทั้งนี้ระบบ ERP (Adaptive ERP) ที่สามารถปรับให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและเงื่อนไขของห่วงโซ่อุปทานจะสามารถช่วยองค์กรได้เป็นอย่างมาก ในส่วนของการจัดการกระบวนการแต่ละขั้นตอน หากมีการละเมิดเกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์ใดๆ ระบบ ERP จะทำการแก้ไขให้กลับมาใช้งานได้เช่นเดิม

 

เทคโนโลยีขั้นสูงช่วยให้ผู้ผลิตมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ เพื่อปรับให้เข้ากับสถานการณ์ทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ผู้ผลิตจะต้องสามารถตอบสนองต่อปัญหาได้อย่างรวดเร็วและจัดหาข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ที่มีปัญหาออกจากตลาด นอกจากนี้ระบบการจัดการขององค์กรที่ครอบคลุมและปรับตัวได้เร็ว จะทำให้แต่ละขั้นตอนมีการเชื่อมต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้น

 

ปรับปรุงการจัดการการเรียกคืน

 

การปฏิบัติตามเป็นเรื่องที่ท้าทาย ในสภาพแวดล้อมการแข่งขันในปัจจุบันและด้วยความสำคัญอย่างยิ่งต่อกฎระเบียบการละเมิดความปลอดภัยด้านอาหาร สามารถก่อให้เกิดค่าใช้จ่าย ค่าปรับ  ชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์ (Brand) ชื่อเสียงของบริษัท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก จำนวนมาก ที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันกับผู้ค้าปลีก  หรือ องค์กรใด ๆ ที่ช่วยในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล่านั้น

 

การใช้โซลูชัน ERP ที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับอุตสาหกรรมการผลิต จะช่วยให้การจัดการองค์ประกอบที่สำคัญทั้งหมดของห่วงโซ่อุปทาน สำหรับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม มีประสิทธิภาพเพียงพอ การมีโซลูชัน ERP ที่ปรับเปลี่ยนได้ (Adaptive ERP) สามารถทำการบำรุงรักษาโรงงานให้มีความปลอดภัย และประสิทธิภาพต่อการตรวจสอบย้อนกลับ รวมถึงกระบวนการเรียกคืน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของการเรียกคืนและทำให้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มกลายเป็นองค์กรที่คล่องตัวและมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

 

ผู้เขียน

Stephen Dombroski เป็นผู้จัดการอาวุโสของ QAD ดูแลทางด้านตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารและเครื่องดื่ม Stephen มีประสบการณ์ทำงานมามากกว่า 30 ปีในการผลิตและซัพพลายเชนและช่วยให้บริษัทหลายแห่งในอุตสาหกรรมสามารถใช้แนวคิดและกระบวนการของ S&OP อย่างมีประสิทธิภาพ

 

More Blog Entries

QAD Adaptive ERP 2019 Boosts Operational Efficiency and User Productivity

QAD มีความยินดีที่นำเสนอความสำเร็จของ “QAD Adaptive ERP 2019” ซึ่งเป็นโซลูชั่น ERP...

Actionable Insights: Customer Sales and Service Action Center

ภาพรวมของ Customer Sales และ Service Action Center Overview ...