Sugar Beet Shortages Could Impact Food and Beverage Manufacturing

ผลกระทบและการรับมือของผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม จากวิกฤตขาดแคลนวัตถุดิบ

สถิติของ USDA พบว่า 35% ของการผลิตน้ำตาลทั่วโลกมาจากผลผลิตของชูการ์บีท ซึ่งเป็นที่น่าสนใจมากเนื่องจากในสหรัฐอเมริกา 50-55% ของการผลิตน้ำตาลมีการนำชูการ์บีทมาทดแทนน้ำตาลอ้อย โดยชูการ์บีทเป็นพืชแถบยุโรปที่เป็นพืชสำหรับผลิตน้ำตาล และสภาพภูมิอากาศไม่อำนวยต่อการปลูกอ้อย จึงจำเป็นต้องปลูกชูการ์บีททดแทน แต่หากเกษตรกรได้รับผลกระทบจากวิกฤตขาดแคลนวัตถุดิบหลัก มาดูกันว่าผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) ควรรับมือและจัดการกับปัญหาเหล่านี้อย่างไร

การขาดแคลนชูการ์บีทส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มอย่างไร

ชูการ์บีทใช้สำหรับวัตถุประสงค์มากมาย เพื่อใช้ในการทำอาหาร เครื่องดื่มรสหวาน และวัตถุประสงค์อื่นๆ ในการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจากปัญหาสิ่งแวดล้อมเมื่อไม่นานมานี้ในพื้นที่ปลูกชูการ์บีทที่สำคัญทั่วโลกทำให้การผลิตหัวผักกาดลดลง และการลดลงนี้ส่งผลกระทบต่อการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม

เมื่อผู้บริโภคซื้อผลิตภัณฑ์อาหารหรือเครื่องดื่มและตรวจสอบฉลากโภชนาการ เพื่อดูข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณน้ำตาล อาจไม่ได้สังเกตว่ามีความแตกต่างของประเภทน้ำตาลที่ใช้ แต่ในทางกลับกัน การลดลงของการผลิตชูการ์บีท หรือการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำตาลอ้อย ล้วนมีผลต่อการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม เมื่อต้นทุนน้ำตาลสูงขึ้นและมีจำหน่ายลดลง ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ของตนเอง

ผู้ผลิตอาหารควรรับมืออย่างไรในช่วงที่ขาดแคลนวัตถุดิบ

อาจไม่ใช่ความคิดที่ดีที่สุดที่ผู้ผลิตจะขึ้นราคาสินค้า แต่ผู้ผลิตบางรายจะทำเช่นนี้เพราะไม่มีทางเลือกอื่น แต่หากอุตสาหกรรมการผลิตมีมาตรการป้องกันที่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ โดยเริ่มต้นจากกระบวนการจัดการและการวางแผนซึ่งประกอบไปด้วย 4 ปัจจัยที่สามารถช่วยให้ผู้ผลิตและผู้จำหน่าย รับมือกับการขาดแคลนวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. การปรับปรุงการคาดการณ์การผลิต

วิธีหนึ่งในการจัดการต้นทุนการผลิต คือ การติดตามและจัดการประสิทธิภาพของซัพพลายเชน เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ผลิตใช้ปริมาณวัตถุดิบที่เหมาะสม โดยวิธีการคาดการณ์ที่แม่นยำของผลิตภัณฑ์นั้นเกี่ยวข้องกับ Supply Chain และทำให้ MRP ของการผลิตมีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้แน่ใจว่าการจัดการ การสั่งซื้อของซัพพลายเออร์มีความถูกต้อง อย่างไรก็ดีหากความแม่นยำในการคาดการณ์ขององค์กร มีความแม่นยำมากขึ้น ก็จะทำให้สามารถลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายสำหรับการผลิตสินค้าสำเร็จรูป ปริมาณวัตถุดิบ และวัสดุที่คุณต้องการได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นการมี Dashboard ที่สามารถให้ข้อมูลอย่างถูกต้องย่อม ส่งผลดูต่อการคาดการณ์การผลิต ในอนาคต

2. การทดแทนการผลิต

เมื่อส่วนผสมจากธรรมชาติ ถูกนำมาใช้ทดแทนวัตถุดิบในการผลิตอาหารและเครื่องดื่มเป็นจำนวนมาก หมายความว่าหากผลิตภัณฑ์นำชูการ์บีทมาใช้ทดแทนน้ำตาลอ้อยหรือน้ำตาลข้าวโพด หากเป็นกรณีนี้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มสามารถตรวจสอบด้วยระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) และผู้ให้บริการ ERP เพื่อให้แน่ใจว่าการใช้ส่วนผสมทางเลือกนั้นสามารถใช้ได้อย่างคุ้มค่า นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในการวางแผนความต้องการการผลิต ซัพพลายเชน และกำหนดระยะเวลาในระบบได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งโซลูชั่นนี้ สามารถช่วยให้ผู้ผลิตใช้ส่วนผสมที่คุ้มค่ามากที่สุดตามราคาในตลาด

3. การพัฒนาการสื่อสารของซัพพลายเออร์

บ่อยครั้งที่ผู้ผลิตสินค้า จำเป็นต้องมีข้อตกลงในการจัดซื้อกับซัพพลายเออร์ โดยเมื่อการคาดการณ์มีความแม่นยำมากขึ้นก็จะมีความสามารถในการปรับปรุงการสื่อสารกับซัพพลายเออร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการในการลดต้นทุน อย่างไรก็ตามฟังก์ชั่น Supplier portal ในระบบ ERP สามารถช่วยให้การทำงานกับซัพพลายเออร์อยู่ในระยะเวลาที่กำหนด อีกทั้งยังช่วยให้มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับซัพพลายเออร์ ทำให้ผู้ผลิตมีทางเลือกในการลดต้นทุนและจัดการต้นทุนของสินค้าโภคภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. IoT และเทคโนโลยีขั้นสูง

การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิตอลในภาคการเกษตรเริ่มเข้ามามีบทบาทกับผู้ผลิตอาหารเป็นอย่างมาก ความสามารถในการสื่อสารของเกษตรกรและซัพพลายเออร์จึงมีความสำคัญที่จะช่วยให้การใช้งาน Internet of Things (IoT) และเทคโนโลยีขั้นสูงทำให้เกษตรกรผู้ปลูกชูการ์บีทและแหล่งน้ำตาลอื่น ๆ สามารถใช้ประโยชน์จากฟาร์มและที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมไปถึงการคาดการณ์สภาพอากาศและข้อมูลการเพาะปลูก ซึ่งสามารถนำมาใช้เพื่อช่วยในการวางแผนการ และสามารถช่วยให้ผู้ผลิตใช้ส่วนผสมที่จำเป็นสำหรับผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปได้ดียิ่งขึ้น ผู้ผลิตมีความสามารถในการเชื่อมโยงข้อมูลนี้เข้ากับ ERP คุณภาพและเครื่องมือการวางแผนซัพพลายเชนสำหรับข้อมูลที่ทันสมัยเพื่อจัดการธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ( Food & Beverage)

ในปีที่ผ่านมาผลผลิตของน้ำตาลทำให้อุตสาหกรรมการผลิตหลายแห่งได้รับผลกระทบ ซึ่งที่จริงแล้วน้ำตาลเป็นส่วนผสมพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปและเครื่องดื่ม และเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดราคาของอาหารสำเร็จรูปและเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญในอุตสาหกรรมอาหาร

ธุรกิจการผลิตอาหารและเครื่องดื่มส่วนใหญ่ประสบกับอัตรากำไรที่ต่ำ โดยทั่วไปส่วนผสมและวัสดุสิ้นเปลืองมักเป็นต้นทุนสูงสุดที่เกิดขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และปัญหาสังคมล้วนส่งผลต่อการใช้น้ำตาลในการผลิตอาหาร ดังนั้นหากผู้ผลิตได้นำระบบการจัดการทรัพยกรการผลิตและเทคโนโลยีอย่าง QAD Adaptive Manufacturing Enterprise เข้ามาจัดการแล้วนั้น จะสามารถช่วยลดต้นทุน และคาดการณ์การเติบโตได้อย่างแม่นยำ

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ERP Software โทร. 02 202 9363

ผู้เขียน

Stephen Dombroski

สตีฟเป็นผู้จัดการอาวุโสของ QAD ในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค อาหารและเครื่องดื่ม เขามีประสบการณ์มากกว่า 30 ปีในด้านการผลิตและซัพพลายเชน ช่วยให้บริษัทหลายแห่งในอุตสาหกรรมหลายแห่งสามารถใช้แนวคิดและกระบวนการของ S&OP อย่างมีประสิทธิภาพ

 

แหล่งที่มา https://blog.qad.com/2020/03/sugar-beet-shortages/

More Blog Entries

Actionable Insights: Equipment Analysis

ในบล็อก Actionable Insights ก่อนหน้านี้เราได้พูดถึง Actionable Insights ...

Business Adaptability – A Core Survival Strategy

กุญแจที่สำคัญในการอยู่รอด คือความสามารถในการปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชีวิต ผู้คน ...