The “New Normal” in the Packaging Industry

การทำงานแบบ “New Normal” ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์

จากวิกฤตของโรคระบาด COVID-19 ที่ผ่านมาเราได้เห็นว่า อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์มากมายสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้เป็นอย่างดีในแง่ของการสนับสนุนธุรกิจสำคัญๆ อย่างไรก็ดีเมื่อสถานการณ์กลับมาสู่ปกติ การผลิตของอุตสาหกรรมจึงต้องมีการปรับเปลี่ยน สู่การทำงานแบบ “New Normal”

การหยุดชะงักของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์จาก COVID-19

เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นในช่วงการระบาดใหญ่ ทำให้อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์หลายแห่งมียอดขายที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหตุการณ์นี้รวมไปถึงอุตสาหกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ในบ้าน ของใช้ส่วนบุคคล เภสัชศาสตร์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ

แต่ในทางกลับกันผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์บางรายมีกำลังการผลิตลดลง รวมถึงประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดลงซึ่งเกิดจากสาเหตุ 3 ประการดังนี้:

  1. ในขั้นตอนการผลิต ที่จำเป็นต้องเพิ่มระยะเวลาในการทำความสะอาด
  2. การจัดการเกี่ยวกับระยะห่างสังคม (Social distancing) ส่งผลให้ผู้ผลิตถูกบังคับให้ทำงานด้วยแรงงานที่น้อยลง
  3. การหยุดชะงักในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิต และต้นทุน

บรรทัดฐานการทำงานจากที่บ้าน ( Work from home) และการทำงานในบริษัทที่ลดลง เนื่องมาจากการระบาดทำให้ทุกองค์กรต้องเปลี่ยนวิธีการทำงานจากแบบเดิม สู่รูปแบบใหม่หรือ New Normal ซึ่งส่งผลให้มีกระบวนการและขั้นตอนใหม่ๆ สำหรับพนักงานเพื่อจัดการการปฏิบัติงานบนพื้นฐานของความปลอดภัยและความถูกต้อง

กระบวนการทำงานที่ถูกแทรกแซง ( Workflow disruptions) การเปลี่ยนแปลงที่กล่าวถึงข้างต้นส่งผลกระทบต่อกระบวนการทำงานในพื้นที่ทำงาน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เข้ามาแทรกแซงบทบาทและความรับผิดชอบของผู้ดูแลระบบ การอนุมัติ รวมถึงขั้นตอนการติดตามการทำงาน

เงินทุนหมุนเวียนเป็นผลมาจากปริมาณการสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์บางรายมียอดสั่งซื้อมากกว่า 60% แต่ในทางกลับกัน บริษัทถูกบังคับให้ซื้อวัตถุดิบและส่วนประกอบที่ต้องใช้เงินทุนมากขึ้น และบางบริษัทต้องรอการชำระเงินจากลูกค้าใน 30, 60 หรือ 90 วัน

การทำงานแบบ “New Normal” ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์

อะไรคือ “New Normal” ในแง่ของอุตสาหกรรมช่วง COVID-19 เมื่อเทียบกับช่วงก่อน เราจะเห็นได้ว่าบริษัทและผู้เชี่ยวชาญต่างก็ยังคงพยายามหาคำตอบของการรับมือต่อการทำงานแบบ New Normal นี้

อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ก็ยังคงต้องก้าวไปข้างหน้า โดยจะเห็นได้ว่าแนวโน้มของปริมาณการทำงานโดยรวมลดลงเล็กน้อย ซึ่ง “New Normal” ของอุตสาหกรรมอาจหมายถึง กฎระเบียบทางสังคมที่ถูกผ่อนปรนจากการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) ส่งผลให้กระบวนการปฏิบัติงานไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ดีในทางกลับกันผู้บริโภคก็ยังคงมีความต้องการที่จะซื้อสินค้าต่างๆ ซึ่งจะช่วยรักษาระดับความต้องการและปริมาณบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น

แนวโน้มของการหยุดชะงักที่สำคัญ

แม้ว่าจะมีการระบุถึงการหยุดชะงักของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์เป็นจำนวนมาก แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่อุตสาหกรรมควรต้องตรวจสอบอย่างละเอียด

  1. การทำความคุ้นเคยกับการหยุดชะงักของ COVID-19 โดยการทำเน้นเรื่องของความสะอาดมากขึ้น การเว้นระยะห่างทางสังคม และการทำงานแบบ WFH ที่มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไประยะหนึ่ง รวมถึงเงินทุนหมุนเวียน ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเติม ความต้องการราคาที่สูงขึ้นจากผู้ขาย และกระบวนการทำงานที่ถูกแทรกแซงจากมาตราการต่างๆ
  2. ความต้องการบรรจุภัณฑ์จะมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน การทำความคุ้นเคยกับ “New Normal” อาจหมายถึง การมองหาวิธีที่ดีกว่าเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพโดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤตนี้
  3. ลูกค้ามีความต้องการสินค้าราคาถูกเพิ่มมากขึ้น บริษัทอาจจะต้องวางแผนด้วยการกำหนดเป้าหมายฐานลูกค้าจากเดิม เนื่องจากอัตราการว่างงานสูง และความยากลำบากทางเศรษฐกิจมีเพิ่มมากขึ้น ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์จะต้องมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในกระบวนการต่างๆ เช่นการผลิตแบบลีนเพื่อผลักดันประสิทธิภาพการทำงานให้คงอยู่ต่อไป
  4. การเพิ่มจำนวน SKU อาจทำให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ได้รับผลกระทบระหว่างการระบาดใหญ่ต่อทุกองค์กร
  5. ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์กำลังเรียนรู้ว่าจะต้องมีการตัดสินใจอย่างชาญฉลาดในด้านของเทคโนโลยี เพื่อการจัดการกระบวนการและส่วนต่างๆ ของธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต สิ่งเหล่านี้จะรวมถึงระบบธุรกิจที่จำเป็นทั้งหมด เช่น ERP, ห่วงโซ่อุปทาน, การสื่อสารกับซัพพลายเออร์ และคุณภาพการผลิต แต่ไม่เฉพาะกับระบบเท่านั้น แต่ผู้ผลิตจะต้องให้ความสำคัญต่อการวิเคราะห์เชิงลึกของ Cloud computing  นอกจากนี้การลงทุนด้านเทคโนโลยีจะต้องพิจารณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเต็มรูปแบบ ระหว่างแผนกที่สำคัญในองค์กร และฟังก์ชั่นต่างๆ เพื่อการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ซึ่ง โซลูชั่นบน Cloud ก็มีความจำเป็น เพื่อลดการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของฮาร์ดแวร์ สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มกำไรและเงินทุนสำหรับการลงทุนของบริษัท อีกทั้งทำให้การผลิตมีประสิทธิผลและสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ รวมไปถึงลดความเสี่ยงและลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายไอที
  6. ผู้เชี่ยวชาญหลายแขนง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในวงการแพทย์อาจไม่เห็นว่าการระบาดนี้จะเกิดเพียงครั้งเดียว แต่อาจเกิดขึ้นอีกเรื่อยๆ เมื่อคำนึงถึงสิ่งนี้ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มจะต้องมีกลยุทธ์การจัดการ หรือการลดความเสี่ยงที่ชัดเจน รวมถึงการให้ความสำคัญกับการรับมือต่อการหงุดชะงักอย่างเหมาะสม

การหยุดชะงักเป็นรากฐานสำหรับ “New Normal”

การได้รับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ก็ส่งผลเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เผชิญกับแรงกดดันในตลาด และจากปัญหาวิกฤต COVID-19 ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ ความเร็วและขนาดของการหยุดชะงักของการผลิตที่ทำให้ทั่วโลกประสบปัญหาอย่างรุนแรง ดังนั้นเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมอันชาญฉลาด อย่าง QAD Adaptive Manufacturing Enterprise จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้อุตสาหกรรมปรับตัวเข้ากับ “New Normal” และพร้อมสำหรับการรับมือของการหยุดชะงักทางธุรกิจในอนาคตได้เป็นอย่างดี

ขอคำแนะนำฟรี!  ERP ที่ดีที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตได้ที่ QAD ประเทศไทย 02 202 9363

ผู้เขียน

Acyr Borges

Acyr Borges รองประธานฝ่ายบรรจุภัณฑ์ ซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์และเกี่ยวข้องกับการขยายตัวของบริษัท ในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม

แหล่งที่มา https://blog.qad.com/2020/05/new-normal-in-the-packaging-industry/

More Blog Entries

Make to Order at Scale – A Disruptor Here to Stay

'Make to Order at Scale' คืออะไร Make to Order at Scale เป็นความต้องการของลูกค้า ...

4 Supply Chain Areas to Examine in the Face of Disruption

สำหรับ Supply chain ที่ต้องเผชิญกับการหยุดชะงักอยู่บ่อยครั้ง ...