Make to Order at Scale – A Disruptor Here to Stay

รับมือกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตแบบ Make to Order at Scale อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

'Make to Order at Scale' คืออะไร

Make to Order at Scale เป็นความต้องการของลูกค้า ซึ่งลูกค้ามักคาดหวังที่จะสั่งซื้อสินค้าและบริการ แบบเฉพาะเจาะจงสำหรับตัวบุคคลมากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไป  หรือเรียกง่ายๆ ว่า ผลิตตามสั่ง ซึ่งการปรับแต่งการผลิตตามคำสั่งนี้ ทำให้การผลิตอาจหยุดชะงักลงชั่วคราว อย่างไรก็ดี เพื่อทำให้ผู้ผลิตสินค้าและบรรจุภัณฑ์เพื่อผู้บริโภค (Consumer Products) สามารถรับมือกับความต้องการได้ดีขึ้น อีกทั้งมีการเพิ่มกำลังการผลิตได้อย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่ผู้บริโภคจำนวนมากต้องการสินค้าที่มีความแตกต่างกันไป แม้ว่าในความเป็นจริงสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกประเภทมี สี รูปแบบ กลิ่น และรสชาติที่หลากหลายอยู่แล้ว แต่ผู้บริโภคในปัจจุบันก็ยังคงมีความต้องการที่ก้าวขึ้นไปอีกขั้น

‘Make to Order at Scale’ ทำให้การผลิตหยุดชะงักได้อย่างไร

'Make to Order at Scale' กำลังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตจำนวนมาก การปรับแต่งผลิตภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคได้เกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว แต่เมื่อไม่นานมานี้ได้ขยายไปสู่เทรนด์ที่สามารถปรับแต่งโดยผู้บริโภคเอง รวมไปถึงในอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม  คงเหยกันมาบ้างแล้วกับ ฉลากบนห่อขนมและน้ำอัดลม ซึ่งมีการปรับแต่งที่เปลี่ยนไป เช่นมีการระบุชื่อ หรือ รูปแบบที่เฉพาะตัว เรียกได้ว่าเป็นการปรับแต่งในระดับสูง ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภคเพิ่มแรงกดดันให้กับ Segments ในสินค้าอุปโภคบริโภคและการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม ส่งผลให้อุตสาหกรรมเหล่านี้จำเป็นต้องมีความคิดสร้างสรรค์เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น และเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้

อย่างไรก็ตาม 'Made to Order at Scale' ถือเป็นดาบสองคมสำหรับผู้ผลิตเช่นกัน เนื่องจากการผลิตตามสั่งทำให้บริษัท อยู่ในวงจรของการแข่งขัน ซึ่งหากไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง อาจะทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และผลิตภัณฑ์ที่ปรับแต่งเองอาจกลายเป็นความรับผิดชอบของบริษัทแทนที่จะเป็นกำไร นั่นคือเหตุผลที่การนำเสนอผลิตภัณฑ์สั่งทำเฉพาะเจาะจง ควรจะต้องมีการจัดการอย่างเหมาะสม รวมไปถึงวัสดุที่จำเป็นต้องใช้ เพื่อช่วยในการรักษาต้นทุนสินค้าให้สมเหตุสมผลกับคุณสมบัติที่ผู้บริโภคต้องการ

อุตสาหกรรมใดบ้างที่ได้รับผลกระทบ

มีอุตสาหกรรมการผลิตที่สำคัญหลายแห่งได้รับผลกระทบจาก ''Made to Order at Scale'ซึ่งเราจะมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products) โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่มีผลกระทบต่อสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น อาหารและเครื่องดื่ม (F&B)

สินค้าอุปโภคบริโภค ( Consumer Products)

สำหรับอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องแต่งกายถือเป็นหนึ่งในหมวดหมู่แรกที่ลูกค้าต้องการการผลิตตามสั่ง รองลงมาคือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นกลุ่มที่น่าสนใจมากประกอบด้วยโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ เครื่องใช้ในครัวเรือนและเครื่องมือไฟฟ้า และเมื่อไม่นานมานี้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้พัฒนามาตรฐานจนกระทั่งไม่จำเป็นต้องมีการปรับแต่งใดๆ อีก

ในปัจจุบันเทคโนโลยีช่วยให้ผู้บริโภคสามารถปรับเปลี่ยนความเป็นส่วนตัวในการออกแบบผลิตภัณฑ์และขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมไปถึงอุปกรณ์เสริม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคล ซึ่งผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ตอนนี้ ยังสามารถให้ผู้บริโภคปรับแต่งผลิตภัณฑ์จนถึงขั้นตอนสุดท้ายของการผลิต โดยเทคโนโลยีอัจฉริยะสามารถเพิ่มความฉลาดให้อุปกรณ์เพื่อช่วยในการดำเนินชีวิตของผู้บริโภค เทคโนโลยีขั้นสูง เช่นการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) ที่สามารถพลิกโฉมการผลิต ผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กและเร่งกระบวนการผลิตให้รวดเร็วมากขึ้น

อาหารและเครื่องดื่ม

สำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เราเห็นการปรับแต่งในผลิตภัณฑ์ เช่น ขนม เครื่องดื่ม เนย ครีม และผลิตภัณฑ์อาหารสด ด้วยความสามารถในการปรับแต่งผลิตภัณฑ์เพื่อให้เหมาะกับแต่ละบุคคล รวมทั้งตัวฉลากที่มีความสร้างสรรค์ เพื่อให้ผู้บริโภค มีความต้องการที่เพิ่มขึ้น  ทำให้ปัจจุบันลูกค้ามองหาการสั่งผลิตเองมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีผู้ผลิตหลายรายกำลังทดลองกับการซื้อสินค้าด้วยการ Mix and Match ภายในซูเปอร์มาร์เก็ต และมีผู้ผลิตหลายรายสามารถขายสินค้าจำนวนมากได้จากวิธีการนี้

นอกจากนี้ยังมีตู้หยอดเหรียญที่กำลังขยายตัวเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้ออาหารและเครื่องดื่มที่ผสมเองได้ และด้วยความก้าวหน้าในเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งเป็นทางเลือกที่อาจสามารถออกแบบสินค้าผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มได้ตามความต้องการ โดยผู้บริโภคจะสามารถปรับแต่งขนาดของบรรจุภัณฑ์ได้เอง ซึ่งในปัจจุบันก็มีบริษัทอาหารหลายแห่งที่ใช้การพิมพ์ 3 มิติเพื่อสร้างอาหาร

อาหารสดเป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ ซึ่งผู้บริโภคในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์อาหารท้องถิ่นเนื่องจากผู้บริโภครู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นแหล่งอาหารที่น่าเชื่อถือและมีคุณภาพ

กลยุทธ์ " Make to Order at Scale"

ผลิตภัณฑ์ Consumer products  ในอดีตถือเป็นตัวอย่างสำหรับต้นแบบของการผลิตแบบไม่ปรับแต่ง เพื่อการควบคุมและจัดการสต็อกในทุกตลาดที่จำหน่ายได้ง่ายดาย แต่อย่างไรก็ตามความกดดันในการแข่งขันในตลาดกลุ่มนี้ ทำให้กลุ่มอุตสาหกรรมถูกเปลี่ยนแปลงความคาดหวังให้มากขึ้น อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจแนวโน้มความกังวลเรื่องสุขภาพและสื่อสังคมออนไลน์ล้วนมีอิทธิพลต่อผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคต้องการซื้อ ในขณะที่โซเชียลมีเดียยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นเมื่อมีหลายกลุ่มลูกค้าที่มีความชอบแตกต่างกันไป แนวโน้มเหล่านี้จึงมีอิทธิพลต่อผู้ผลิตในการนำเสนอขายผลิตภัณฑ์ได้อีกด้วย

แม้ว่าบริษัทอาหารส่วนใหญ่จะไม่เปลี่ยนไปทำตามคำสั่งตามกลยุทธ์นี้ แต่จำนวน SKU ที่ออกจากโรงงานอาหารก็เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ ซึ่งทั้งหมดนี้มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยกับผลิตภัณฑ์อาหารพื้นฐาน แต่เพิ่มโอกาสผู้ผลิตในการเพิ่มยอดขาย การรับรู้แบรนด์ และความภักดีได้ดีทีเดียว

ผู้ผลิตดำเนินการอย่างไร?

ผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคกำหนดเองนั้นมีความท้าทายหลายประการสำหรับผู้ผลิต ก่อนจะกำหนดกลยุทธ์ในธุรกิจ บริษัทจะต้องรวบรวมข้อมูลต่างๆ ความต้องการของลูกค้า ไว้ในแผนกลยุทธ์ กระบวนการคิดควรคล้ายกับที่ใช้ในการส่งเสริมการขาย การปรับแต่งผลิตภัณฑ์ควรปรับปรุงยอดขายและผลกำไรโดยไม่มีต้นทุนเพิ่มขึ้นมากนัก การคาดการณ์ผลิตภัณฑ์ที่แม่นยำสำหรับผลิตภัณฑ์พื้นฐานและแผนการกระจายสินค้าจำเป็นต้องมีช่องทางกลับไปยังการผลิตและการจัดซื้อ การวางแผนและการปฏิบัติมีความสำคัญเนื่องจากการตั้งค่าและการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นสิ่งที่ท้าทายมากขึ้นและต้องมีการออกแบบและสั่งซื้อส่วนประกอบส่วนผสมและบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้นอีกด้วย

การให้ผู้บริโภคมีความสามารถในการปรับแต่งผลิตภัณฑ์จะช่วยให้ตลาด Consumer products ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้ทำให้บริษัท สามารถเพิ่มผลกำไร และมีส่วนร่วมในการตอบสนองกับความต้องการของผู้บริโภคได้โดยตรง โดยระบบการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) ที่สร้างขึ้นสำหรับผู้ผลิต เช่น QAD Adaptive Manufacturing Enterprise นี้จะช่วยให้บริษัทจัดสรรการผลิตแบบ Made to Order at Scale ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยฟังก์ชั่นที่ QAD มีจะสามารถช่วยให้บรรลุเป้าหมายของบริษัทได้อย่างถูกต้อง

ขอคำแนะนำฟรี! สำหรับ ERP ในอุตสาหกรรมการผลิตได้ที่ QAD ประเทศไทย 02 202 9363

ผู้เขียน

Stephen Dombroski

สตีฟเป็นผู้จัดการอาวุโสของ QAD ในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคและอาหารและเครื่องดื่ม มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปีในด้านการผลิตและซัพพลายเชน ช่วยให้บริษัทหลายแห่งในอุตสาหกรรมหลายแห่งสามารถใช้แนวคิดและกระบวนการของ S&OP อย่างมีประสิทธิภาพ

แหล่งที่มา https://blog.qad.com/2020/04/make-to-order-at-scale-disruptor-here-to-stay/

More Blog Entries

Actionable Insights: Customer Support

ในบล็อก Actionable Insights ก่อนหน้านี้เราได้พูดถึง Actionable Insights ...

The “New Normal” in the Packaging Industry

จากวิกฤตของโรคระบาด COVID-19 ที่ผ่านมาเราได้เห็นว่า ...